วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552

เทคนิคการเรียนเก่ง7 ข้อ

ข้อที่ 1 : พกปากกาสี 12 สี ติดตัว ทฤษฎีสี กล่าวไว้ ว่า สีจะสามารถเพิ่มการจดจำเนื้อหาต่าง ๆ ได้มากกว่า สีน้ำเงินที่เขียนตามปกติจึงควรซื้อปากกาสีต่าง ๆ ติดตัวไว้ เวลาอ่านหนังสือก็ใช้ปากกาสีในการจดเนื้อหา ของ stabio ก็ดีนะ ทนหลายปีเลยแหล่ะ * สำหรับคนที่กลัวว่าจะจดไม่ทันก็ใช้วิธีจดเฉพาะเนื้อหาสำคัญพร้อมกับบันทึกเสียงไปพร้อม ๆ กัน แค่นี้ก้อสามารถจดจำได้แล้วล่ะ

ข้อที 2 : ใช้สมุด note ที่ไม่มีเส้น การใช้สมุดnote ที่มีลายเส้นนั้นเหมือนเราอยู่แต่ในกรอบเส้นนั้น แต่ถ้าใช้สมุดnote ที่ไม่มีเส้นนั้นจะทำให้เราไม่มีกรอบในการเขียน เราอยากเขียนอะไรก็อยากเขียนได้ทั้งนั้น ปัจจุบันหาซื้อยาก ต้องลองหาแถว ร้านขายสมุดวาดรูปดูน่ะ

ข้อที่ 3 : บันทึกงานออกมาในรูป Mind Map Or Pic. ถ้าเราอ่านหนังสือการ์ตูนตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว กับอ่านหนังสือ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราจะสามารถจดจำการ์ตูนได้มากกว่า เวลาจดเนื้อหาบางอย่างอาจจะจดในรูปแบบ Pic. จะสามารถจดจำได้มากกว่าการบันทึกงานในรูปแบบของ mind Map จะเป็นการแบ่งเรื่องหัวข้อใหญ่ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการอ่าน อาจใช้ mind map เป็นรูปก็ได้

ข้อที่ 4 : Mp3 เราควรจะมี mp3 เพื่อใช้ในการบันทักเสียงเวลาที่คุณครูสอนแต่ไม่สามารถฟังและเก็บเกี่ยวเนื้อหาได้ครบทุกอย่างหากเราอัดไว้ก็จะสามารถย้อนกลับไปฟังได้ หลาย ๆ ครั้ง ก่อนสอบ

ข้อที่ 5 : เอาใจครู เอาใจครูในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเอาอกเอาใจครู หมายถึง ทำตัวตามสไตร์ที่คุณครูชอบ เพื่อเพิ่มความชอบของคุณครูในตนเองเวลาเราชอบครูคนไหนก็อยากเรียนกับครูคนนั้น อยากส่งงาน ครู อยากเจอหน้าครู ก็จะทำให้เรียนเก่งยิ่งขึ้นเพราะ เราอยากเรียนวิชานั้น ๆ

ข้อที่ 6 : พูดคุยกับปากกาก่อนสอบ หรือก่อนเขียนงานเราควรพูดคุยกับปากกาบ้าง คุณหนูดี กับ ด็อกเตอร์ อะไรเนี่ยแหล่ะจำชื่อไม่ได้ ก็ใช้วิธีนี้จนเรียนจบปริญญา

ข้อที่ 7 : นั่งหน้าห้อง นั่งหน้าห้องจะสามารถทำให้เราได้ยินมากกว่าคนที่นั่งข้างหลังเรา เห็นชัดกว่าคนข้างหลังเราและสามารถถามครูได้มากกว่า ซึ่งมันเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วเครดิต ; หนังสือของคุณหนูดี เราย่อออกมาเหลือแค่นี้แหล่ะ ส่วนหนังสือของคุณหนูดีเล่มใหม่ Speed Reading ไว้เราอ่านแล้วจะเอามาลงให้นะ

ที่มา www.dek-d.com

ไขปริศนา"ไข้หวัดหมูสายพันธุ์เม็กซิโก"


ขณะนี้อาจกล่าวได้ว่าทั่วโลกกำลังอกสั่นขวัญหายกำลังไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่ หรือไข้หวัดหมูเม็กซิโก ท่ามกลางความตื่นตัวและใคร่รู้ว่า อะไรคือไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่ และมันเกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้ มีคำตอบจากการรวบรวบข้อมูลจากสำนักข่าวต่างประเทศที่กำลังเกาะติดสถานการณ์ไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่อยู่ในขณะนี้ รายงานระบุว่า ปกติแล้วไข้หวัดหมูถือเป็นโรคติดต่อทางระบบทางหายใจ ประเภทไข้หวัดสายพันธุ์ A ที่ติดเชื้อเฉพาะในหมู ขณะที่ไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่ เกิดจากการผสมพันธุกรรมระหว่างไข้หวัดนก ไข้หวัดหมู และไข้หวัดมนุษย์ พัฒนาเป็นสายพันธุ์ใหม่เรียกว่าเชื้อไวรัสH1N1 โดยมีหมูเป็นตัวการนำพาหะ และแพร่สู่มนุษย์ โดยไวรัสดังกล่าวยังมีศักยภาพทั้งจากประเภทรับอากาศที่ปนเปื้อนไวรัสนี้ผ่านการไอและจามของผู้ติดเชื้อ หรือมือไปสัมผัสไวรัสดังกล่าวและมีการสัมผัสถึงปาก จมูก และตา โดยสามารถจากคนสู่คนได้ ขณะที่อาการของผู้ป่วยโรคนี้ ร่างกายผู้ติดเชื้อจะตัวร้อนมีอุณหภูมิสูงกว่าระดับ 38 องศาเซลเซียส มีอาการไข ปวดหัว ปวดเมื่อยข้อต่อ หายใจติดขัด หน้ามืด และไม่อยากอาหาร บางรายอาจมีอาการน้ำมูกไหล ลำคอแห้งผาก คลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วง โดยไข้หวัดหมูปกติ จะทำให้เกิดอาการปอดบวมและระบบทางเดินหายใจล้มเหลว และมีอาการป่วยเรื้อรัง สำหรับยารักษาไข้หวัดหมูสายพันธุ์เม็กซิโกนั้น ยังไม่มีการพัฒนาขึ้น มีเพียงแต่วัคซีนป้องกันไข้หวัดหมูใช้สำหรับหมู ไม่ใช่สำหรับมนุษย์ แต่การรักษาปัจจุบัน ได้ใช้ยาประเภท"Tamiflu"และ"Relenza"ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีประสิทธิภาพพอในการบำบัดรักษาไข้หวัดหมูสายพันธุ์ใหม่สำหรับผู้ติดเชื้อในช่วงแรก ๆ แต่ก็ยังระงับการแพร่เชื้อจากผู้ป่วยไปสู่คนอื่นได้ค่อนข้างน้อย ขณะที่ผู้ที่ไม่ได้รับการรักษาจากยาสองประเภทนี้(ที่เป็นทางเลือกเดียวในขณะนี้)จะพัฒนาอาการไปอย่างเต็มที่ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า การควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสหวัดหมูสายพันธุ์ใหม่(เม็กซิโก)เป็นเรื่องยาก เนื่องจากปัจจุบันพิสูจน์แล้วว่าได้ลุกลามไปทั่วโลก โดยเฉพาะจะควบคุมได้ยากมากในกรณีผู้โดยสารเดินทางสัญจรทางอากาศ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน
http://www.showded.com/myprofile/mainblog.php?user=balagink_deng&jucId=68895

ประโยชน์ใกล้ตัว พืชผักสวนครัวใกล้บ้าน

ที่จริงแล้วผักสวนครัวทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น โหระพา ขิง ข่า ตะไคร้ หรือใบสระแหน่ ก็ล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งนั้น โดยเฉพาะสรรพคุณทางยาของความเป็นสมุนไพรไทยที่ใครได้ยินแล้วจะต้องบอกว่า สุดยอด เสมอ ว่าแล้ววันนี้ก็เลยอยากให้คุณๆ ได้รู้จักกับประโยชน์ของพืชผักสวนครัวเหล่านี้กันสมัยเด็กมักจะโดนคุณแม่ใช้ให้ไปเก็บพืชผักสวนครัวหลังบ้านบ่อยๆ บ้านหลังเล็กๆ ของเรามีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับปลูกผักสวนครัวไว้ปรุงอาหารกินเอง แต่หลังจากย้ายตัวเองมาฝังตัวอยู่ที่เมืองหลวง ก็มได้มีพืชผักสวนครัวส่วนตัวไว้กินอีกเลย
• โหระพา โหระพาเป็นผักที่มีกลิ่นแรงบางคนบอกว่าหอม บางคนว่าฉุน แต่ไม่ว่าจะหอมหรือฉุน โหระพาก็เป็นส่วนประกอบในเมนูอาหารไทยมานานนม รวมทั้งมีสรรพคุณทางยามากกว่าที่เราเคยรู้จักเยอะเลย ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจถ้าโหระพาจะเป็นผักชูรส และอยู่ในอาหารอย่างแกงเผ็ด แกงเขียวหวาน เป็นต้นสารอาหารโหระพาที่ใครบางคนว่าฉุน ที่จริงแล้วเป็นผักที่มีสารอาหารด้วยนะ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันสรรพคุณทางยาคุณสมบัติทางยาของโหระพาท่ฃี่สุดยอดมากๆ ก็คือ ช่วยย่อยอาหารแก้การจุกเสียด แน่นท้อง เพราะสามารถช่วยขับลมในลำไส้ได้ แต่สำหรับคนที่เกลียดโหระพาเข้าไส้ คุณอาจจะแอบปลื้มที่ได้รู้ว่าผักสวนครัวอย่างโหระพาไม่ได้มีดีแค่ใบ แต่เมล็ดยังสามารถนำมาแช่น้ำให้พองรับประทานเป็นยาแก้บิดได้ด้วยทราบหรือไม่
•โหระพารักษาโรคเข่าเสื่อมได้ ตำราแพทย์ระบุว่าให้นำต้น ใบและรากโหระพามาตำพอละเอียด ใส่เหล้าขาว 40 ดีกรีเล็กน้อย คนให้เข้ากันแล้วนำไปตั้งไปแค่พอร้อน ทิ้งไว้ให้อุ่น จากนั้ก็นำไปพอกเข่าประมาณ 10-15 นาที ทำวันละ 1-2 ครั้ง แล้วอาการจะค่อยทุเลาลง
•โบราณว่าโหระพาเป็นยาบำรุงทางเพศด้วยนะ



•ขิง ขิงเป็นเครื่องเคียงอย่างหนึ่งในเมนูอาหารไทย แต่หลายคนส่ายหน้าเวลาเห็นขิง ส่วนหนึ่งก็เพราะกลิ่นแรงเหลือกำลัง ดังนั้นจึงเลี่ยงด้วยการเขี่ยขิงทิ้งไว้ข้างๆ จาน แต่ต่อไปนี้ถ้าอยากได้ประโยชน์มากมายจากอาหารการกิน ลองชิมขิงดูสักครั้งสารอาหารขิงประกอบไปด้วยสารอาหารสำคัญคือ โปรตีน คาร์ดบไฮเดรต ไขมัน แคลเซียม วิตามินเอสรรพคุณทางยาประโยชน์อย่างหนึ่งที่เราจะได้จากการใช้เหง้าขิงแก่ทุบหรือบดเป็นผง แล้วชงน้ำดื่มก็คือ แก้อาหารคลื่นไส้อาเจียน แก้จุกเสียด และแน่นเฟ้อนอกจากนี้ขิงยังมีประโยชน์ทุกส่วน ตั้งแต่ราก – ช่วยให้เจริญอาหาร แก้ลม แก้เสมหะ และแก้บิดต้น – ช่วยขับให้ผายลม แก้จุกเสียด แก้ท้องร่วงผล – แก้คอแห้ง เจ็บคอ แก้ตาฟาง เป็นยาอายุวัฒนะใบ – แก้ฟกช้ำ แก้นิ่ว แก้ปัสสาวะขัด แก้โรคตา ฆ่าพยาธิ ดอก – ช่วยย่อยอาหาร แก้ปัสสาวะขัด แก้โรคประสาทที่ทำให้ใจขุ่นมั่วทราบหรือไม่
•ขิงแก้ผมร่วง ตำราระบุว่า ให้ใช้เหง้าขิงสดมาผิงไฟพออุ่น จากนั้นให้ตำแล้วนำมาพอกบริเวณที่มีผมร่วง ทำแบบนี้ประมาณ 3 วัน วันละ 2 ครั้ง ถ้ายังไม่ได้ผลให้ทำต่อไป
•ขิงกำจัดกลิ่นกาย ถ้ารักษากลิ่นเหงื่อใต้วงแขนมาหลากหลายวิธีแล้วแต่ยังช่วยไม่ได้ ลองใช้เหง้าขิงแก่ โดยทุบแล้วคั้นเอาแต่น้ำมาทาใต้วงแขนทุกวัน จะช่วยกำจัดกลิ่นกายได้ชะงัด
•ขิงแก้ปากเหม็น โดยให้คั้นน้ำขิงผสมน้ำอุ่น เติมเกลือเล็กน้อย แล้วกลั้วปาก ฆ่าเชื่อโรค


•ข่า ถ้าหยิบขึ้นมาเคี้ยวกันสดๆ ก็คงจะไม่ปลื้มนัก ข่าเลยกลายเป็นส่วนหนึ่งในเครื่องเทศที่ใช้ปรุงอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวจากเนื้อสัตว์ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงเอร็ดอร่อยกับเมนูโปรดอย่างต้มข่าไก่กันนัก แต่หน่อข่าอ่อนสามารถเป็นเครื่องเคียงแสนอร่อยในเมนูน้ำพริกแบบไทยๆ ได้ด้วยนะสารอาหารสารอาหารที่จะได้จากข่าคือ คาร์โบไฮเดรต ฟอสฟอรัส แคลเซียม สฃวิตามินซีสรรพคุณทางยาประโยชน์จากคุณสมบัติทางยาของข่า ให้ใช้เหง้าสดดำดให้ละเอียดผสมกับน้ำปูนใส แล้วรับประทานครั้งละครึ่งแก้ว จะช่วยขับลมแก้มฃท้องอืด ท้องเฟ้อท้องเดิน และบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ ทราบหรือไม่ว่า
•ประโยชน์อื่นๆ ที่ได้จากข่านอกเหนือจากการรับประทานอาหาร ได้แก่ ใช้รักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อนและแก้ลมพิษ โดยใช้เหง้าสดตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าขาวทาบริเวณที่เป็นจนกว่าจะดีขึ้น
•ใช้ข่าไล่แมลงได้ด้วย โดยนำเหง้ามาทุบหรือตำให้ละเอียด เพื่อให้น้ำมันหอมระเหยออกมา แมลงก็จะไม่กล้ามาแหยมอีกแล้ว

ครอบครัวหนุกหนาน



คุณพ่อสุดหล่อคร๊าบ..
ชื่อนายวิชัย ชาปาน
เกิดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ อายุ 45 ปี
นิสัย ใจดี พูดน้อย แต่ต่อยหนักคะ
(โดนด่าแต่หล่ะทีน้ำตาซึมเลยแหละ..คริ คริ)



คุงพ่อกะนู๋เบลจ้า..(เด็กข้างบ้าน)



คุงแม่สุดสวยจ้า..

ชื่อนางเดือนเพ็ญ ชาปาน

เกิดวันที่ 15 มกราคม

อายุ 39 ปี

นิสัย ขี้งก ขี้บ่น ขี้อาย ขี้งอน

(อิอิ ..จะปาบมั๊ยเนี๊ย แต่นู๋ก็รักแม่นะ)



คุณแม่สุดสวย+เอ้เองคร้า+คุณพ่อสุดหล่อ

คุณยายกะคุณตา

(ไอ้เด็กตรงกลางไม่เกี่ยวจ้า)

กิจกรรมครอบครัวจ้า

10 วิธีลดโลกร้อน




ภาวะโลกร้อนที่กำลังส่งผลกระทบรุนแรง คุณสามารถช่วยกันลดภาวะโลกร้อนได้ง่ายๆ ด้วย 10 วิธีต่อไปนี้

1. เปลี่ยนหลอดไฟ การเปลี่ยนหลอดไปจากหลอดไส้เป็นหลอดประหยัดไฟหนึ่งดวง จะช่วยลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 150 ปอนด์ต่อปี

2. ขับรถให้น้อยลง หากเป็นระยะทางใกล้ๆ สามารถเดินหรือขี่จักรยานแทนได้ การขับรถยนตร์เป็นระยะทาง 1 ไมล์จะปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์ 1 ปอนด์

3. รีไซเคิลของใช้ ลดขยะของบ้านคุณให้ได้ครึ่งนึงจะช่วยลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ถึง 2400 ปอนด์ต่อปี

4. เช็คลมยางการขับรถโดยที่ยางมีลมน้อย อาจทำให้เปลืองน้ำมันขึ้นได้ถึง 3% จากปกติ น้ำมันๆทุกๆแกลลอนที่ประหยัดได้ จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 20 ปอนด์

5. ใช้น้ำร้อนให้น้อยลงในการทำน้ำร้อน ใช้พลังงานในการต้มสูงมาก การปรับเครื่องทำน้ำอุ่น ให้มีอุณหภูมิและแรงน้ำให้น้อยลง จะลด คาร์บอนไดออกไซด ์ได้ 350 ปอนด์ต่อปี หรือการซักผ้าในน้ำเย็น จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ปีละ 500 ปอนด์

6. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์เยอะ เพียงแค่ลดขยะของคุณเอง 10 % จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 1200 ปอนด์ต่อปี

7. ปรับอุณหภูมิห้องของคุณ(สำหรับเมืองนอก) ในฤดูหนาว ปรับอุณหภูมิของ heater ให้ต่ำลง 2 องศา และในฤดูร้อน ปรับให้สูงขึ้น 2 องศา จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 2000 ปอนด์ต่อปี

8. ปลูกต้นไม้ การ ปลูกต้นไม้ หนึ่งต้น จะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1 ตัน ตลอดอายุของมัน

9. ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช่ปิดทีวี คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เมื่อไม่ใช้ จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้นับพันปอนด์ต่อปี และอย่างสุดท้าย
10. บอกเพื่อนๆของคุณเกี่ยวกับวิธีเหล่านี้ค่ะ



ที่มา : http://www.world-hot.th.gs/













งานอดิเรก กะการแต่งกลอน

“ กลอนซึ้งๆ “

มีคำพูดมากมายที่อยากบอก
แต่มันกับพูดไม่ออกทุกครั้งที่เจอหน้า
ทำได้แค่เพียง.........หลบสายตา.......
แกล้งทำเป็นว่า ~~~ ไม่มีอะไร ~~~

อย่าห่วงฉันว่าฉํนจะเป็นยังงัย
ไม่ต้องสนใจหรือทำดีกับฉัน..........
ถ้าเธอจะไปก็ไม่ต้องมีเยื่อใยให้กัน
เพราะมันจะทำให้ฉันยิ่ง ‘ รักเธอ ’

อยู่ๆน้ำตามันก็ออยากจะไหล
เมื่อนึกถึงเธอคนที่อยู่ห่างกันไกลในตอนนี้
เธอจะเป็นเหมือนฉันไหมที่เฝ้ารอทุกวินาที
เพื่อจะพบเจอเธอคนดีที่ฉันเฝ้ารอ

คำบางคำแม้ไม่ได้พูดออกมา
ฉันก็รับรู้ได้จากความเย็นชาที่เธอมอบให้
ถึงไม่พูดไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ
ฉันก็เข้าใจจากการกระทำที่เธอแสดง



อย่าจบกันด้วยคำพูดง่ายๆเหล่านี้
มันน้อยไปสำหรับความรักที่ฉํนมีให้
ถึงพูดอีกร้อยครั้งฉันก็ยังมีเธอเต็มหัวใจ
ไม่ว่าจะทำให้ฉันเจ็บสักเท่าไหร่สิ่งเดียวที่ทำได้
คือ “ รักเธอ”

เจ็บมากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
โดยเธอทำร้ายใจมากี่หน
อย่าถามว่าทำไมฉันยังทน
เพราะเธอน่าจะรู้ว่าเหตุผลมันคืออะไร

ประวัติส่วนตัว



ชื่อนางสาวอารยา ( ได้มาจากพระท่านตั้งให้แปลว่าความเจริญรุ่งเรือง)

นามสกุล ชาปาน (ได้มาจากคุณพ่อจ้า)

ชื่อเล่น เอ้ (อันนี้คุณแม่ตั้งให้ตามชื่อเล่นนางสาวไทย)

เกิด วัน พุธ ที่ 8 มีนาคม 2532 (ตรงกับวันสตรีสากลด้วยนะคร๊า)

เวลา 09.30 น. (ยายเล่าให้ฟังว่าคลอดยากมั๊กมาก..คุณแม่เกือบตายเพราะไม่ยอมออก ปีนขึ้นหน้าอกแม่อย่างเดียว จนต้องให้พยาบาลมานั่งทับถึงยอมออกมาลืมตาดูโลก)

วีรกรรม
ตั้งแต่เกิดทุกคนให้ความคิดเห็นว่าเลี้ยงง่าย กินง่าย นอนง่าย และเกือบตายมาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ตกน้ำ รถเฉี่ยว ตกแปล ตกบ้าน ร้ายแรงที่สุดคือไฟช๊อต แต่ก้อลอกตายมาได้ (ดวงคงแข๊งเนอะ..ว่ามั๊ย) จนถึงปัจจุบัน

นิสัย
ขี้อาย ไม่ค่อยพูดแต่ถ้าสนิทแล้วก้อจะเป็นคนพูดเก่งมาก ขี้แง ขี้งอน ขี้ใจน้อย ขี้รำคาญ เอาแต่ใจ (ไม่รุมีดีตรงไหน..อิอิ)
เป็นลูกคนเดียวในบ้าน หลานสาวคนเดียวของบรรดาญาติๆ จึงติดนิสัยเอาแต่ใจ..นิสนึง

ปัจจุบันก้อกำลังศึกษาระดับ ป.ตรี
ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (เลือกเรียนที่นี่เพราะไกลบ้านและติดโควต้า)
คณะวิทยาศาสตร์ (เรียนเพราะแม่อยากให้เรียน จิงๆแล้วอยากเรียนเกี่ยวกับการออกแบบ )
เอกชีววิทยา (เป็นวิชาที่ไม่ถนัดเลย ไม่รู้เรื่องเลยก็ว่าได้ จึงเลือกเรียนวิชานี้เผื่อจะเข้าใจขึ้นบ้าง)
ปี 2 เด่วก้อจะขึ้นปี 3 แล้ว (ดีใจมมากกกก...กว่าจะผ่านมาได้)

บ้านเกิดอยุ่ที่ จ.เลย อ.เชียงคาน ต.นาซ่าว ม.3 บ้านเลขที่ 50/1

ปัจจุบันพักอยุ่ที่ หอพักโชคอนันต์

งานอดิเรกก็ วาดรูป แต่งกลอน อ่านหนังสือ ดูทีวี ฟังเพลง ถักเนตติง ปักคอร์สติส

ข้อมูลอื่นๆ..ก้ออยุ่ในบล็อกถัดๆไปนะคะ........